Tag Archives: #ศิลปินระดับโลก

วินเซนต์ แวนโก๊ะ

ประวัติ วินเซต์ แวนโก๊ะ

วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยความงดงามเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และมีสีสันสดใสแต่ชีวิตจริงของเขานั้นกลับหม่นหมองทุกข์ระทม เขาเกิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 1853

เป็นเด็กที่เคร่งขรึมจริงจังและคิดมาก เขาต้องทำงานหลายอย่างตั้งแต่เป็นวัยรุ่น แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จก่อนที่จะหันมาสนใจและเริ่มต้นเขียนภาพในวัย 27 ปีและในปี 1885 เขาก็มีผลงานสำคัญชิ้นแรกชื่อว่า The Potato Eaters

ปี 1886 แวนโก๊ะย้ายไปอยู่กรุงปารีสที่ซึ่งเขาได้เรียนรู้เทคนิคและแนวทางใหม่ในการเขียนภาพ ได้พบกับศิลปินยุคนั้นหลายคนรวมทั้ง ปอล โกแก็ง เขาได้พัฒนาฝีมือในการเขียนภาพและสร้างแนวทางของตัวเอง

ที่มีสีสันสดใสขึ้น ต่อมาในปี 1888 เขาย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่เมือง Arles และ Saint-Remy ที่อยู่ใกล้กันสองปีที่นี่เป็นจุดสูงสุดของการเป็นศิลปินของแวนโก๊ะ เขาสร้างผลงานชั้นยอดมากมายที่นี่ เช่น Sunflowers, Cafe Terrace at Night, lrises

ผลงานของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ

วินเซนต์ แวนโก๊ะ

History of Vincent Van Gogh

Vincent van Gogh is one of the most famous and influential artists in the history of Western art. His work is remarkable, beautiful, full of emotions. And colorful, but his real life is gloomy and gloomy He was born in the Netherlands in 1853.

A serious, serious and thought-provoking child He has to work a lot since being a teenager. But had never succeeded before turning his attention and started painting at the age of 27 years and in 1885 he had his first major work, The Potato Eaters.

In 1886, Van Gogh moved to Paris, where he learned new techniques and methods of painting. Met with many artists of that era, including Paul Gogeng. He developed his writing skills and created his own

Later, in 1888, he moved to the south of France in the neighboring town of Arles and Saint-Remy. For two years, this was the peak of Van Gogh’s artists. He created many great works here, such as Sunflowers, Cafe Terrace at Night, lrises.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

อันโตนิโอ คาโนวา

ประวัติ อันโตนิโอ คาโนวา

อันโตนิโอ คาโนวา (Antonio Canova) เป็นประติมากรชาวอิตาลีหนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนีโอคลาสสิกผู้มีผลงานประติมากรรมหินอ่อนที่ยอดเยี่ยม และมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง

คาโนวาเกิดเมื่อ 1757 ที่เมือง Possagno สาธารณรัฐเวนิส เขาเติบโตในเหมืองหินของคุณปู่ซึ่งเป็นทั้งช่างตัดหินและประติมากรจึงสามารถแกะสลักหินอ่อนเป็นตั้งแต่ยังมีอายุไม่ถึง 10 ปี พออายุได้ 13 ปีเขาไปเป็นลูกศิษย์ของประติมากรมีชื่อเสียง Giuseppe Bernardi ที่เมืองเวนิสอยู่ 2ปี

จากนั้นเริ่มรับงานเองผลงานแรกเป็นรูปแกะสลักหินอ่อน 2 ชิ้น Orpheus และ Eurydice เสร็จในปี 1777 ซึ่ง Orpheus ได้รับการยกย่องมากและคาโนวาเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองเวนิส อีก 2 ปีต่อมาเขาสร้างผลงาน Daedalus and Icarus ซึ่งได้รับการชื่นชอบมากเช่นกัน

ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปสู่เวทีใหญ่ที่กรุงโรมในปี 1780 ที่โรมคาโนวาใช้เวลาในการศึกษาผลงานของไมเคิลแองเจโล่และยังไปดูเมืองโบราณอีกหลายแห่งระหว่างปี 1783-1787 เขาออกแบบและสร้างอนุสาวรีย์หลุมฝังศพพระสันตปาปา Clement XIV ต่อด้วยของพระสันตปาปา Clement XIII

ผลงานของ อันโตนิโอ คาโนวา

อันโตนิโอ คาโนวา

The History of Antonio Canova

Antonio Canova is an Italian sculptor, one of the greatest neoclassical artists who has excellent marble sculptures. And very famous

Canova was born in 1757 in Possagno, Republic of Venice. He grew up in the grandfather’s stone quarry, which was both a stonemason and a sculptor, able to carve marble since he was under 10 years old. At the age of 13, he became a pupil of the famous sculptor Giuseppe Bernardi in town. Venice has lived for 2 years

Then began accepting the work itself. The first work was two marble carvings. Orpheus and Eurydice were completed in 1777, which Orpheus was highly regarded and Canova became known in the aristocratic circles of Venice two years later. He created the work of Daedalus and Icarus, which is also very popular.

Before he stepped onto the big stage in Rome in the year 1780 in Rome, Canova spent time studying the work of Michael Angelo and also visited many ancient cities between the years 1783-1787. Design and construction of the Clement XIV Sanctuary Papa Clement XIV, followed by Clement XIII

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ยาโยอิ คุซามะ

ประวัติ ยาโยอิ คุซามะ

ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) เป็นศิลปินญี่ปุ่นอายุ 90 ปีผู้หลงใหลการใช้ลายจุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของเธอ ซึ่งเธอเริ่มวาดภาพตั้งแต่วัยเด็กเพื่อกระจายภาพหลอน (ภาพหลอน) ที่ทำให้เธอมักจะเห็นภาพ เต็มไปด้วยจุดแม้กระทั่งทุ่งรอบ ๆ บ้านของเธอก็เต็มไปด้วยจุดเช่นกัน

“Infinite net” เป็นงานแรกในนิวยอร์กของเธอมันเป็นงานที่ประกอบด้วยจุดเล็ก ๆ ที่กระจายไปเรื่อย ๆ บนผืนผ้าใบอย่างไม่รู้จบ นั่นคือสิ่งที่สามารถดึงดูดทั้งผู้ชมและศิลปินเอง ซึ่งผลงานในยุคนั้นใกล้เคียงกับแนวโน้มของศิลปะมินิมอลลิสต์รวมถึงการย้ายเข้าสู่เทรนด์ศิลปะป๊อปและสื่อศิลปะการแสดงทำให้เธอเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของศิลปินนิวยอร์กอวาน – การ์ด

ในช่วงต้นยุค 1960  เริ่มแสดงจุดลายอย่างต่อเนื่องและที่สะสมหมายเลข 1 (1962) เก้าอี้ถูกคลุมด้วยผ้าและประติมากรรมนุ่ม ๆ ลึงค์ขนาดเล็กทำจากผ้าขาวที่ติดอยู่ทำให้เกิดปัญหาทางเพศสองสามปีที่ผ่านมามีงานอีกอย่างที่เรียกว่าห้อง Infinity Mirrow – Phalli Field (1965)

สร้างห้องกระจกที่เต็มไปด้วยรูปที่เคลือบด้วยจุดสีแดงเล็ก ๆ นับร้อย ห้องให้มุมมองที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเธอ และกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานต่อมา

ผลงานของ ยาโยอิ คุซามะ

ยาโยอิ คุซามะ

History of Yayoi Kusama

Yayoi Kusama is a 90-year-old Japanese artist who is passionate about using polka dots to create her work. She started to draw pictures since childhood to spread the hallucinations (hallucinations) that made her often see images. Full of spots,

even the fields around her house are full of spots as well

“Infinite net” is her first work in New York. It is a work consisting of small dots spreading endlessly on the canvas. That is what can attract both the audience and the artist themselves.

Her work at that time coincided with the trend of minimalist art, including moving into pop-art trends and performing arts media, making her one of the centers of New York avant-garde artists.

In the early 1960s, the dots began to show steadily, and in the collection of number 1 (1962),

the chair was covered with soft fabric sculptures and a small glans sculpture made of white cloth that stuck, causing sexual problems for the past few years. There’s another job called the Infinity Mirrow Room – Phalli Field (1965).

Create a glass room filled with images coated with hundreds of tiny red spots, giving her endless views. And became an important element in his later work

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

เลโอนาร์โด ดา วินชี

ประวัติ เลโอนาร์โด ดา วินชี

เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งยุคเรอเนสซองส์ เกิดที่หมู่บ้าน วินชี ใกล้เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เมื่อปี 1452 เขาเติบโตและเรียนศิลปะที่บ้านเกิดจนมีอายุได้ 20 ปีจึงได้เป็นศิลปินมืออาชีพอย่างรวดเร็ว เริ่มมีผลงานที่ฉายแววความเป็นอัฉริยะด้านศิลปะด้วยภาพ Adoration of the magi ก่อนที่จะออกจากฟลอเรนซ์ไปอยู่เมือง มิลาน ในปี 1482

เลโอนาร์โด ดา วินชี ทำงานอยู่ที่มลานนานถึง 17 ปี พร้อมกับสร้างผลงานชั้นยอดมากมายรวมทั้ง The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine ที่เป็นหนึ่งในบรรดาภาพสเก็ตซ์อันลือลั่นซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่นจากคนอื่นและยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่มีใครเทียบติด

ปี 1503 ดา วินชี กลับมาอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์อีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ได้สร้างผลงานภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก “Mona Lisa” เขาใช้เวลาในการเขียนภาพสุดพืเศษนี้นานหลายปี ในปี 1515 ดา วินชี เดินทางไปกรุงปารีสเพื่อรับตำแหน่งจิตรกรเอกและวิศวกรของราชสำนักฝรั่งเศส พร้อมกับหิ้วภาพสุดรักสุดหวงที่ยังไม่เสร็จไปด้วย แล้วไม่ได้กลับมาที่อิตาลีอีกเลย

ดา วันชี เสียชีวิตในปี 1519 มีอายุรวม 67 ปี ทิ้งผลงานชั้นยอดไว้มากมายทั้งผลงานด้านศิลปะและด้านวิทยาศาสตร์ ดา วินชี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รอบรู้ เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ เกือบจะทุกสาขาเป็นศิลปินเอก นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ฯลฯ

ตัวอย่างภาพ “Mona Lisa”

เลโอนาร์โด ดา วินชี

The History of Leonardo Da Vinci

Leonardo Da Vinci is the most famous artist of the Renaissance era. Born in the village of Vinci, near Florence, Italy in 1452, he grew up and studied art in his hometown until he was 20 years old, then became a professional artist quickly. Began to show artistic genius with images of Adoration of the magi before leaving Florence to Milan in 1482

Leonardo da Vinci has been working in Macan for 17 years, with many great works including The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine, one of the most illustrated sketches. Rumored, which is an outstanding ability from others and still unique, unmatched

In 1503, Da Vinci returned to Florence again. And this time he created the most famous painting in the world “Mona Lisa”. He spent many years in this most advanced painting. In 1515, Da Vinci traveled to Paris to take the position of a painter and The engineers of the royal court of France Along with the carrying of the most beloved pictures that are unfinished And never come back to Italy again

Da Vachi died in 1519, aged 67 years, leaving many great works, both art and science. Da Vinci is regarded as an expert. Specialized in various sciences Almost every branch is a major artist. Scientists, inventors etc.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ฟรีดา คาห์โล

ประวัติ ฟรีดา คาห์โล 

ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) เป็นจิตรกรที่ยอดเยี่ยมในเม็กซิโกโดยเฉพาะภาพบุคคลของเธอโดดเด่นมาก คาห์โลเกิดเมื่อปี 2450 ที่ชานเมืองเม็กซิโกซิตี้ ตอนอายุหกขวบเธอเป็นโปลิโอขาขวาของเธอเสื่อมสภาพเมื่ออายุ 18 ปีรถเมล์ที่เธอนั่งชนกับรถราง

เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตเกือบ ต้องนอนเป็นเวลาหลายเดือนและนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอสนใจในงานศิลปะ คาห์โลเริ่มวาดภาพขณะนอนลงบนเตียงจนกว่าจะรู้จักและแต่งงานกับดิเอโกริเวร่าศิลปินชื่อดังในเม็กซิโกในปี 2472 เธอตามสามีไป

สหรัฐอเมริกาขณะเดียวกันก็ทำงานด้านจิตรกรรม และจัดแสดงในนิทรรศการประจำปีของซานฟรานซิสโกปี 1931 ด้วยภาพของ Frieda และ Diego Riveraหลังจากกลับไปที่เม็กซิโก

คาห์โล มีปัญหาสุขภาพมากมาย เธอต้องผ่านการผ่าตัดไส้ติ่งการทำแท้งสองครั้งและตัดนิ้วเท้าที่ตายแล้วออก ในขณะที่ความสัมพันธ์กับสามีของเธอไม่ดีพวกเขากำลังโกรธเพราะเขาเป็นคนเจ้าชู้นอกใจเธอหลายครั้งและยังคงมีความสัมพันธ์กับน้องสาวของเธอเองจนกระทั่งทั้งคู่ต้องหย่าร้าง แม้ว่า

คาห์โลมีปัญหามากมายงานเขียนของเขาดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2480 – 2483

ผลงานของ ฟรีดา คาห์โล
History of Frieda Kahlo

Frida Kahlo is a great painter in Mexico, especially her portraits. Kahlo was born in 1907 on the outskirts of Mexico City. At the age of six, she was polio. Her right leg deteriorated at the age of 18, the bus she hit in a tram.

She was seriously injured and almost died. Had to sleep for months and that was the turning point that made her interested in art Kahlo began painting while lying down in bed until she knew and married Diego Rivera, a famous artist in Mexico. In 1929, she followed her husband.

United States while also working in painting And exhibited in San Francisco’s annual exhibition, 1931, with images of Frieda and Diego Rivera. After returning to Mexico

Kahlo has many health problems. She had undergone an appendectomy, had two abortions, and had the dead toe cut off. While their relationship with her husband is not good, they are angry because he is a womanizer, unfaithful to her many times and continues to have an affair with her own sister until the couple must divorce though.

Kahlo has many problems. His writings are better than before. Especially during the year 2480 – 2483.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

/ประวัติ ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ (Jean-Auguste-Dominique Ingres)เป็นจิตรกรคนสำคัญในยุคนีโอคลาสสิกซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด อังเคลมีผลงานดีเด่นในเกือบทุกประเภทด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และละเอียดอ่อน

ทั้งการเขียนภาพบุคคลภาพประวัติศาสตร์และตำนานหรือภาพทางศาสนาโดยเฉพาะผู้หญิงเปลือยและองค์ประกอบที่น่าทึ่งใน Grande Odalisque และ The Valpincon Bather

ซึ่งเป็นภาพที่โด่งดังที่สุดของเขา แต่ด้วยสไตล์การวาดที่แตกต่างจากศิลปินร่วมสมัยอย่างมาก Angs จึงต้องใช้เวลาสองทศวรรษในการสร้างและในที่สุดก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินที่ดีที่สุดในยุคนั้น

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ เป็นชาวฝรั่งเศสที่เกิดใน Montauban ในฝรั่งเศสในปี 1780 พ่อของเขาเป็นศิลปินที่มีความสามารถมากมายรวมถึงจิตรกรรมประติมากรรมและดนตรี

แต่ไม่มีด้านใดที่โดดเด่น Aging ได้สืบทอดทักษะและการสนับสนุนด้านการศึกษาศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ในปี ค.ศ. 1791 ความโกรธลงทะเบียนที่สถาบันศิลปะในตูลูส

ผลงานของ ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

 

 

Jean-Auguste-Dominique Ingres) is an important painter in the neoclassical era, regarded as the most beautiful woman. Angel is outstanding in almost every genre, with a unique and delicate style.

Including portraits, historical and mythology, or religious portraits, especially nude women and dramatic elements in Grande Odalisque and The Valpincon Bather.

Which is his most famous image But with a very different drawing style from contemporary artists, Angs took two decades to create and finally recognized as the best artist of that time.

Jean-Auguste-Dominique Angers was a French born in Montauban in France in 1780. His father was a talented artist, including painting, sculpture and music.

But there is no remarkable aspect. Aging has inherited the skills and support for the education of art since childhood in 1791. Anger registered at the Art Institute in Toulouse.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา

ประวัติ ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา

 ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา (Georges-Pierre Seurat) เซอราเกิดในครอบครัวที่มีฐานะดีในกรุงปารีสในประเทศฝรั่งเศส บิดาของเซอรามีอาชีพทางกฎหมายผู้มาจากช็องปาญ ส่วนมารดาเป็นชาวปารีส เซอราเริ่มการศึกษาด้านศิลปะกับประติมากร Justin Lequiene

ต่อมาก็เข้าศึกษาที่สถาบันวิจิตรศิลป์ระหว่างปี ค.ศ. 1878 จนถึง ค.ศ. 1879 หลังจากไปรับราชการเป็นทหารอยู่ปีหนึ่งแล้วเซอราก็กลับมายังปารีสในปี ค.ศ. 1880 มามีห้องเขียนภาพร่วมกับนักเรียนสองคนที่เลฟต์แบงก์ก่อนที่จะไปมีห้องเขียนภาพของตนเอง ระหว่างช่วงสองปีต่อมาเซอราก็อุทิศตัวเองให้กับการวาดลายเส้นขาวดำ

ในปี ค.ศ. 1883 เซอราก็เขียนงานชิ้นสำคัญชิ้นแรกซึ่งเป็นภาพขนาดใหญ่ชื่อ “Bathers at Asnières” (คนอาบน้ำที่อัสนีแยร์)

เมื่อภาพเขียนถูกปฏิเสธจากการแสดงที่นิทรรศการศิลปะแห่งปารีส เซอราก็หันหลังให้กับสถาบันทางการไปรวมกลุ่มกับศิลปินอิสระในปารีส ในปี ค.ศ. 1884 เซอราและจิตรกรผู้อื่น (รวมทั้ง Maximilien Luce)

ก็ก่อตั้งสมาคมศิลปินอิสระแห่งปารีส ที่สมาคมเซอราก็ได้ทำความรู้จักกับจิตรกรปอล ซีญัก ผู้ที่เซอราเสนอความคิดเกี่ยวกับการเขียนแบบผสานจุดสี ต่อมาซีญักก็ดำเนินการเขียนภาพด้วยวิธีที่ว่านี้ ระหว่างฤดูร้อนของปีเดียวกัน

ผลงานของ ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา

ฌอร์ฌ-ปีแยร์ เซอรา

History of Georges-Pierre

(Georges-Pierre Seurat) Serra was born into a well-off family in Paris, France. Serra’s father has a legal career, who comes from Champagnes. And her mother was a Parisian Serra began her art studies with sculptor Justin Lequiene.

He then studied at the Institute of Fine Arts between 1878 and 1879. After a year of military service, Cera returned to Paris in 1880 with a painting room. Together with two students at the LeBank bank before going to have their own drawing room. During the next two years, Cerera devoted himself to drawing black and white stripes.

In 1883, Zera wrote the first important work, a large image called “Bathers at Asnières” (a shower at Asanières).

When the painting was rejected at the Paris Art Exhibition, Serra turned away from the formal institution to join a group of independent artists in Paris in 1884. Serera and other painters (including Maximilien Luce)

Founded the Association of Independent Artists of Paris, the Cera Association became acquainted with the painter Paul. Sikhs, who Serera proposed the idea of ​​writing with the merge of colored dots, then Sikhs proceeded to draw in this way. During the summer of the same year

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

แอดการ์ เดอกา

ประวัติ แอดการ์ เดอกา

แอดการ์ เดอกา (Edgar Degas) เป็นศิลปินที่โดดเด่นในยุคอิมเพรสชันนิสต์เขาเป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสประติมากรและช่างภาพพิมพ์คนสำคัญเดอกาเกิดที่ปารีสในปี 2377 เขาชอบวาดรูปเหมือนเด็ก แต่ต้องศึกษากฎหมายตามความต้องการของพ่อ

จากนั้นเขาศึกษาศิลปะที่ École des Beaux-Arts Institute ในปี 1856 เดอกา เดินทางไปอิตาลีเพื่อศึกษาและคัดลอกภาพวาดของศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยามากมายรวมถึง Michelangelo, Raphael และ Titian เขาฝึกฝนในอิตาลีเป็นเวลา 3 ปี

และคัดลอกภาพในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์มาหลายปี ทำให้เขาเป็นหนึ่งในศิลปินเขียนหวัดที่สวยที่สุดในอิตาลีเขาเริ่มสร้างผลงานชิ้นเอกชิ้นแรกของเขาในตระกูล Portrait ของตระกูล Bellelli

De Ga กลับไปปารีสในปี 1859 และเริ่มสร้างผลงานภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์เป็นเวลาหลายปีก่อนที่จะเปลี่ยนสไตล์ของเขา หลังจากพบกับ Édouard Manet ในปี 2407

เขาย้ายไปนิวออร์ลีนส์ สหรัฐฯอยู่พักหนึ่งหลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้นในฐานะทหารเกณฑ์ในสงครามฝรั่งเศส – ปรัสเซีย ที่นั่นเขาเขียนภาพยอดเยี่ยม สำนักงานฝ้ายในนิวออร์ลีนส์แม้ว่าเดอกา

เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Impressionist Art แต่เขาไม่ได้วาดภาพกลางแจ้งเหมือนกับศิลปินคนอื่น ๆ เขาชอบเขียนในสตูดิโอและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเขียนนักเต้นบัลเล่ต์ ผลงานของเขามากกว่าครึ่งเป็นรูปนักเต้นที่มีจังหวะและท่าทางการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ผลงานที่ยอดเยี่ยมบางส่วนเหล่านี้รวมถึง

ผลงานของ แอดการ์ เดอกา
History of Adgar Deka

Edgar Degas is an outstanding artist in the Impressionist era.He is a French painter, sculptor and important print photographer.Decca was born in Paris in 1834. He likes to draw. Shaped like a child But must study the law as required by his father

From there he studied art at the École des Beaux-Arts Institute in 1856. De Ga traveled to Italy to study and copy many of the Renaissance artists’ drawings, including Michelangelo, Raphael and Titian. He trained in Italy for 3 years.

And copied images in the Louvre for many years Making him one of the most beautiful scribbling artists in Italy, he began to create his first masterpiece in the Bellelli family Portrait

De Ga returned to Paris in 1859 and began creating historical photograph work for many years before changing his style after meeting with Édouard Manet in 1864.

He moved to New Orleans. The United States for a while after completing his mission as a conscript soldier in the Franco-Prussian War. Madras office in New Orleans, though Degas

Is one of the co-founders Impressionist Art, but he doesn’t draw outdoors like other artists. He likes to write in the studio and in particular he writes ballet dancers. More than half of his work is a photo of a dancer with his unique rhythm and movement. Some of these great works include

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ราฟาเอล

ประวัติ ราฟาเอล

ราฟาเอล (Raphael) เป็นจิตรกรและสถาปนิกผู้มีผลงานโดดเด่น เป็นหนึ่งในสามศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค เรอเนสซองส์ ต่อจาก เลโอนาร์โด ดา วินชีและไมเคิลแองเจโล เขาเกิดเมื่อปี 1483 ที่เมือง เออบิโน่ ประเทศ อิตาลี เรียนศิลปะและฝึกฝนการเขียนภาพตั้งแต่เด็ก

พอเขาอายุได้ 17 ปีก็เริ่มเป็นศิลปินมืออาชีพด้วยการตระเวนรับงานเขียนภาพให้กับโบสถ์ต่างๆ ในเมืองแถบบ้านเกิดเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานยอดเยี่ยมอย่างเช่นภาพ The Marriage of the Virgin จนเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการตัวไปทำงานด้วย

ปี 1504 ราฟาเอลย้ายไปปักหลักอยู่ที่เมืองฟลอเรนส์ ทำให้เขามีโอกาศได้ศึกษาผลงานของบรมครู อย่างเลโอนาร์โด ดา วินชีและคู่แข่งคนสำคัญในอนาคตคือไมเคิลแองเจโล รวมทั้งศิลปินดังอีกหลายคน ราฟาเอลซึมซับอิทธิพลของศิลปะแบบฟลอเรนซ์แต่ยังคงรักษาสไตล์ของตัวเองเอาไว้

ผลงานของเขาเริ่มมีความซับซ้อนและมีชีวิตชีวามากขึ้น ผลงานเด่นในช่วงนี้คือภาพ Madonna and Child with Saint John the Baptist ปลายปี 1508 ราฟาเอลเดินทางไปกรุงโรมและอยู่ที่ไปตลอดชีวิต เขาได้ทำงานสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่พระราชวังวาติกัน

ผลงานของ ราฟาเอล

ราฟาเอล

Rafael (Raphael) is a painter and architect who has outstanding work. Was one of the three great artists of the Renaissance era after Leonardo da Vinci and Michael Angelo Born in 1483 in Urbino, Italy, he studied art and practiced painting as a child.

When he was 17 years old, he began to become a professional artist by crawling and receiving paintings for churches. In a hometown town, a young artist with great work, such as The Marriage of the Virgin, became famous and wanted to work.

In the year 1504, Rafael moved to settle down in Florence. Gave him a chance to study the work of the teacher Like Leonardo Da Vinci and the future rival of Michael Angelo Including many famous artists Raphael absorbed the influence of Florence art, but still maintained his own style.

His work became more complex and lively. Notable works during this period were Madonna and Child with Saint John the Baptist. In late 1508, Rafael traveled to Rome and lived for a lifetime. He has performed the most important and important work of his life at the Vatican Palace.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

อ็องรี รูโซ

ประวัติ อ็องรี รูโซ

อ็องรี รูโซ เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสที่เขียนในรูปแบบศิลปะไร้เดียงสาด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร เขาเกิดเมื่อปี 2427 ในลาวาลประเทศฝรั่งเศส

แม้ว่าจะมีวัยเด็กของศิลปินมารุไม่เคยเรียนที่โรงเรียนศิลปะใด ๆ เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรในปารีส เริ่มเขียนด้วยตัวเองเมื่อเขาอายุประมาณสี่สิบ เมื่ออายุได้ 49 ปี

เขาลาออกจากอาชีพในฐานะศิลปินมืออาชีพเต็มเวลา ในปี 1886 เขาได้มีโอกาสเข้าร่วมในนิทรรศการของศิลปินอิสระคือ Salon des Indépendants ไม่นานกับรูปภาพคาร์นิวัลตอนเย็น

รุสโซเขียนในสไตล์ที่เขาพัฒนาเอง เป็นคนเรียบง่ายจริงใจไร้เดียงสาเหมือนเด็กวาดสัดส่วนองค์ประกอบและการใช้สีในภาพนั้นแตกต่างจากศิลปินคนอื่น ๆ

มากงานของเขาจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างถากถาง แต่ผลงานของเขาได้รับการชื่นชมและยกย่องให้เป็นอัจฉริยะโดยศิลปินรุ่นเยาว์หลายคน

ผลงานของ อ็องรี รูโซ

 

History of Henri Russo

Henri Russo is a French painter who writes naive art style with a unique style. He was born in 1884 in Laval, France.

Although the artist’s childhood, Maru never studied any art school, he worked as a customs officer in Paris. Began writing by himself when he was about forty at the age of 49

He resigned his career as a full-time professional artist. In 1886, he had the opportunity to participate in the exhibition of an independent artist, Salon des Indépendants, shortly with a picture of a carnival in the evening.

Russo writes in a style that he developed himself. Being simple, sincere, innocent like a child drawing proportions, composition and the use of colors in the picture is different from other artists.

Much of his work has therefore been cautiously criticized. But his work is praised and regarded as a genius by many young artists

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE