วินเซนต์ แวนโก๊ะ

ประวัติ วินเซต์ แวนโก๊ะ

วินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก ผลงานของเขาโดดเด่นด้วยความงดงามเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และมีสีสันสดใสแต่ชีวิตจริงของเขานั้นกลับหม่นหมองทุกข์ระทม เขาเกิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 1853

เป็นเด็กที่เคร่งขรึมจริงจังและคิดมาก เขาต้องทำงานหลายอย่างตั้งแต่เป็นวัยรุ่น แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จก่อนที่จะหันมาสนใจและเริ่มต้นเขียนภาพในวัย 27 ปีและในปี 1885 เขาก็มีผลงานสำคัญชิ้นแรกชื่อว่า The Potato Eaters

ปี 1886 แวนโก๊ะย้ายไปอยู่กรุงปารีสที่ซึ่งเขาได้เรียนรู้เทคนิคและแนวทางใหม่ในการเขียนภาพ ได้พบกับศิลปินยุคนั้นหลายคนรวมทั้ง ปอล โกแก็ง เขาได้พัฒนาฝีมือในการเขียนภาพและสร้างแนวทางของตัวเอง

ที่มีสีสันสดใสขึ้น ต่อมาในปี 1888 เขาย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่เมือง Arles และ Saint-Remy ที่อยู่ใกล้กันสองปีที่นี่เป็นจุดสูงสุดของการเป็นศิลปินของแวนโก๊ะ เขาสร้างผลงานชั้นยอดมากมายที่นี่ เช่น Sunflowers, Cafe Terrace at Night, lrises

ผลงานของ วินเซนต์ แวนโก๊ะ

วินเซนต์ แวนโก๊ะ

History of Vincent Van Gogh

Vincent van Gogh is one of the most famous and influential artists in the history of Western art. His work is remarkable, beautiful, full of emotions. And colorful, but his real life is gloomy and gloomy He was born in the Netherlands in 1853.

A serious, serious and thought-provoking child He has to work a lot since being a teenager. But had never succeeded before turning his attention and started painting at the age of 27 years and in 1885 he had his first major work, The Potato Eaters.

In 1886, Van Gogh moved to Paris, where he learned new techniques and methods of painting. Met with many artists of that era, including Paul Gogeng. He developed his writing skills and created his own

Later, in 1888, he moved to the south of France in the neighboring town of Arles and Saint-Remy. For two years, this was the peak of Van Gogh’s artists. He created many great works here, such as Sunflowers, Cafe Terrace at Night, lrises.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

อันโตนิโอ คาโนวา

ประวัติ อันโตนิโอ คาโนวา

อันโตนิโอ คาโนวา (Antonio Canova) เป็นประติมากรชาวอิตาลีหนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนีโอคลาสสิกผู้มีผลงานประติมากรรมหินอ่อนที่ยอดเยี่ยม และมีชื่อเสียงอย่างยิ่ง

คาโนวาเกิดเมื่อ 1757 ที่เมือง Possagno สาธารณรัฐเวนิส เขาเติบโตในเหมืองหินของคุณปู่ซึ่งเป็นทั้งช่างตัดหินและประติมากรจึงสามารถแกะสลักหินอ่อนเป็นตั้งแต่ยังมีอายุไม่ถึง 10 ปี พออายุได้ 13 ปีเขาไปเป็นลูกศิษย์ของประติมากรมีชื่อเสียง Giuseppe Bernardi ที่เมืองเวนิสอยู่ 2ปี

จากนั้นเริ่มรับงานเองผลงานแรกเป็นรูปแกะสลักหินอ่อน 2 ชิ้น Orpheus และ Eurydice เสร็จในปี 1777 ซึ่ง Orpheus ได้รับการยกย่องมากและคาโนวาเริ่มเป็นที่รู้จักในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองเวนิส อีก 2 ปีต่อมาเขาสร้างผลงาน Daedalus and Icarus ซึ่งได้รับการชื่นชอบมากเช่นกัน

ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปสู่เวทีใหญ่ที่กรุงโรมในปี 1780 ที่โรมคาโนวาใช้เวลาในการศึกษาผลงานของไมเคิลแองเจโล่และยังไปดูเมืองโบราณอีกหลายแห่งระหว่างปี 1783-1787 เขาออกแบบและสร้างอนุสาวรีย์หลุมฝังศพพระสันตปาปา Clement XIV ต่อด้วยของพระสันตปาปา Clement XIII

ผลงานของ อันโตนิโอ คาโนวา

อันโตนิโอ คาโนวา

The History of Antonio Canova

Antonio Canova is an Italian sculptor, one of the greatest neoclassical artists who has excellent marble sculptures. And very famous

Canova was born in 1757 in Possagno, Republic of Venice. He grew up in the grandfather’s stone quarry, which was both a stonemason and a sculptor, able to carve marble since he was under 10 years old. At the age of 13, he became a pupil of the famous sculptor Giuseppe Bernardi in town. Venice has lived for 2 years

Then began accepting the work itself. The first work was two marble carvings. Orpheus and Eurydice were completed in 1777, which Orpheus was highly regarded and Canova became known in the aristocratic circles of Venice two years later. He created the work of Daedalus and Icarus, which is also very popular.

Before he stepped onto the big stage in Rome in the year 1780 in Rome, Canova spent time studying the work of Michael Angelo and also visited many ancient cities between the years 1783-1787. Design and construction of the Clement XIV Sanctuary Papa Clement XIV, followed by Clement XIII

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ยาโยอิ คุซามะ

ประวัติ ยาโยอิ คุซามะ

ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) เป็นศิลปินญี่ปุ่นอายุ 90 ปีผู้หลงใหลการใช้ลายจุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานของเธอ ซึ่งเธอเริ่มวาดภาพตั้งแต่วัยเด็กเพื่อกระจายภาพหลอน (ภาพหลอน) ที่ทำให้เธอมักจะเห็นภาพ เต็มไปด้วยจุดแม้กระทั่งทุ่งรอบ ๆ บ้านของเธอก็เต็มไปด้วยจุดเช่นกัน

“Infinite net” เป็นงานแรกในนิวยอร์กของเธอมันเป็นงานที่ประกอบด้วยจุดเล็ก ๆ ที่กระจายไปเรื่อย ๆ บนผืนผ้าใบอย่างไม่รู้จบ นั่นคือสิ่งที่สามารถดึงดูดทั้งผู้ชมและศิลปินเอง ซึ่งผลงานในยุคนั้นใกล้เคียงกับแนวโน้มของศิลปะมินิมอลลิสต์รวมถึงการย้ายเข้าสู่เทรนด์ศิลปะป๊อปและสื่อศิลปะการแสดงทำให้เธอเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของศิลปินนิวยอร์กอวาน – การ์ด

ในช่วงต้นยุค 1960  เริ่มแสดงจุดลายอย่างต่อเนื่องและที่สะสมหมายเลข 1 (1962) เก้าอี้ถูกคลุมด้วยผ้าและประติมากรรมนุ่ม ๆ ลึงค์ขนาดเล็กทำจากผ้าขาวที่ติดอยู่ทำให้เกิดปัญหาทางเพศสองสามปีที่ผ่านมามีงานอีกอย่างที่เรียกว่าห้อง Infinity Mirrow – Phalli Field (1965)

สร้างห้องกระจกที่เต็มไปด้วยรูปที่เคลือบด้วยจุดสีแดงเล็ก ๆ นับร้อย ห้องให้มุมมองที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเธอ และกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานต่อมา

ผลงานของ ยาโยอิ คุซามะ

ยาโยอิ คุซามะ

History of Yayoi Kusama

Yayoi Kusama is a 90-year-old Japanese artist who is passionate about using polka dots to create her work. She started to draw pictures since childhood to spread the hallucinations (hallucinations) that made her often see images. Full of spots,

even the fields around her house are full of spots as well

“Infinite net” is her first work in New York. It is a work consisting of small dots spreading endlessly on the canvas. That is what can attract both the audience and the artist themselves.

Her work at that time coincided with the trend of minimalist art, including moving into pop-art trends and performing arts media, making her one of the centers of New York avant-garde artists.

In the early 1960s, the dots began to show steadily, and in the collection of number 1 (1962),

the chair was covered with soft fabric sculptures and a small glans sculpture made of white cloth that stuck, causing sexual problems for the past few years. There’s another job called the Infinity Mirrow Room – Phalli Field (1965).

Create a glass room filled with images coated with hundreds of tiny red spots, giving her endless views. And became an important element in his later work

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

เลโอนาร์โด ดา วินชี

ประวัติ เลโอนาร์โด ดา วินชี

เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งยุคเรอเนสซองส์ เกิดที่หมู่บ้าน วินชี ใกล้เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เมื่อปี 1452 เขาเติบโตและเรียนศิลปะที่บ้านเกิดจนมีอายุได้ 20 ปีจึงได้เป็นศิลปินมืออาชีพอย่างรวดเร็ว เริ่มมีผลงานที่ฉายแววความเป็นอัฉริยะด้านศิลปะด้วยภาพ Adoration of the magi ก่อนที่จะออกจากฟลอเรนซ์ไปอยู่เมือง มิลาน ในปี 1482

เลโอนาร์โด ดา วินชี ทำงานอยู่ที่มลานนานถึง 17 ปี พร้อมกับสร้างผลงานชั้นยอดมากมายรวมทั้ง The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine ที่เป็นหนึ่งในบรรดาภาพสเก็ตซ์อันลือลั่นซึ่งเป็นความสามารถที่โดดเด่นจากคนอื่นและยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่มีใครเทียบติด

ปี 1503 ดา วินชี กลับมาอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์อีกครั้งหนึ่ง และคราวนี้ได้สร้างผลงานภาพเขียนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก “Mona Lisa” เขาใช้เวลาในการเขียนภาพสุดพืเศษนี้นานหลายปี ในปี 1515 ดา วินชี เดินทางไปกรุงปารีสเพื่อรับตำแหน่งจิตรกรเอกและวิศวกรของราชสำนักฝรั่งเศส พร้อมกับหิ้วภาพสุดรักสุดหวงที่ยังไม่เสร็จไปด้วย แล้วไม่ได้กลับมาที่อิตาลีอีกเลย

ดา วันชี เสียชีวิตในปี 1519 มีอายุรวม 67 ปี ทิ้งผลงานชั้นยอดไว้มากมายทั้งผลงานด้านศิลปะและด้านวิทยาศาสตร์ ดา วินชี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้รอบรู้ เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ เกือบจะทุกสาขาเป็นศิลปินเอก นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ ฯลฯ

ตัวอย่างภาพ “Mona Lisa”

เลโอนาร์โด ดา วินชี

The History of Leonardo Da Vinci

Leonardo Da Vinci is the most famous artist of the Renaissance era. Born in the village of Vinci, near Florence, Italy in 1452, he grew up and studied art in his hometown until he was 20 years old, then became a professional artist quickly. Began to show artistic genius with images of Adoration of the magi before leaving Florence to Milan in 1482

Leonardo da Vinci has been working in Macan for 17 years, with many great works including The Last Supper, Virgin of the Rocks, Lady with an Ermine, one of the most illustrated sketches. Rumored, which is an outstanding ability from others and still unique, unmatched

In 1503, Da Vinci returned to Florence again. And this time he created the most famous painting in the world “Mona Lisa”. He spent many years in this most advanced painting. In 1515, Da Vinci traveled to Paris to take the position of a painter and The engineers of the royal court of France Along with the carrying of the most beloved pictures that are unfinished And never come back to Italy again

Da Vachi died in 1519, aged 67 years, leaving many great works, both art and science. Da Vinci is regarded as an expert. Specialized in various sciences Almost every branch is a major artist. Scientists, inventors etc.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

แจ็กสัน พอลล็อก

ประวัติ แจ็กสัน พอลล็อก

แจ็กสัน พอลล็อก (Jackson Pollock) เป็นหนึ่งในจิตรกรชาวอเมริกันผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในศิลปะสมัยใหม่ของสหรัฐอเมริกา เจ้าของภาพวาดสไตล์หยดน้ำที่มีชื่อเสียง

พอลลอคเกิดเมื่อปี 2455 ในโคดีรัฐไวโอมิงสหรัฐอเมริกา เขาเริ่มเรียนที่ลอสแองเจลิส แต่ไม่ถูกไล่ออก 2 ครั้งในปี 1930 ย้ายไปที่พี่ชายของเขาในนิวยอร์กและศึกษาศิลปะที่นั่น 2481-2485

พอลลอคส์ทำงานเป็นจิตรกรในโครงการของรัฐบาล เขาติดสุราอย่างหนักจนทำให้เขาเสียสติและต้องเข้ารับการรักษาเป็นเวลาหลายเดือน แต่หลังจากนั้นทักษะการวาดภาพก็ดีขึ้นและในปี 1943 ได้สร้างผลงานที่สำคัญเช่นจิตรกรรมฝาผนังและ The She Wolf

ในปี 1947 พอลลอคเริ่มใช้เทคนิคการหยดหรือการระบายสีบนผืนผ้าใบเพื่อวางบนพื้นห้องนำไปสู่รูปแบบใหม่ของการวาดภาพที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Abstract Expressionism

จากการใช้เทคนิคนี้ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1947-1953 สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือภาพหมายเลข 5 ซึ่งเคยเป็นภาพที่มีราคาแพงที่สุดในโลกคือ 140 ล้านดอลลาร์

ผลงานของ แจ็กสัน พอลล็อก
Jackson Pollock History

Pollock was born in 1912 in Cody, Wyoming, USA. He began his studies in Los Angeles But was not fired twice In 1930 he moved to his brother in New York and studied art there. 1938-1942

But after that, the painting skills improved and in 1943 created important works such as frescoes and The She Wolf.

In 1947, Pollock began to use the technique of driping or painting on canvas to place on the floor of the room, leading to a new style of painting that became part of Abstract Expressionism.

He resigned his career as a full-time professional artist. In 1886, he had the opportunity to participate in the exhibition of an independent artist, Salon des Indépendants, shortly with a picture of a carnival in the evening.

Russo writes in a style that he developed himself. Being simple, sincere, innocent like a child drawing proportions, composition and the use of colors in the picture is different from other artists.

Much of his work has therefore been cautiously criticized. But his work is praised and regarded as a genius by many young artists

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์

ประวัติ คำปุน ศรีใส

นาง คำปุน ศรีใส ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) ปัจจุบันอายุ 86 ปี เกิดที่ จ.อุบลราชธานี ได้รับการสืบทอดศิลปะการทอผ้าไหมจากบรรพบุรุษตั้งแต่ยังเยาว์วัย ทั้งการทอผ้าไหมสีต่างๆ ผ้าไหมมัดหมี่ชนิด 2 ตะกอ 3 ตะกอ และ 4 ตะกอ รวมถึงผ้าไหมยกเงินผ้าไหมยกทอง

นอกจากนี้ได้พัฒนาการทอผ้าไหมให้มีลวดลายวิจิตรพิสดาร โดยยึดรากฐานการทอผ้าอีสาน โดยผ้าที่มีชื่อเสียงของบ้านคำปุน คือ ผ้าไหมมัดหมี่ผสมการจก (การปัก) ด้วยไหมสีต่างๆ มีทั้งไหมเงินไหมคำลงบนผืนผ้าลาย เพื่อให้เกิดแสงเลื่อมพรายเมื่อต้องแสงไฟ ช่วยให้ผ้ามีความงดงามวิตรตระการตามากขึ้น

อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอันโดดเด่นของผ้าจากความคิด ปรัชญาและความสามารถในการสร้างสรรค์งานฝรมือด้วยลวดลายที่เต็มไปด้วยศิลปะ ได้รับความสนใจจากบุคคลผู้มีชื่อเสียงของประเทศนำไปใช้ในพิธีการต่างๆ อยู่เสมอและยังได้ใช้เป็นเครื่องแต่งกายของตัวเอกในภาพยนต์เรื่อง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร”

 

คำปุน ศรีใส

History of Punn Srisai

Inherited the art of silk weaving from an early age Including weaving various colors of silk Mudmee silk type 2, 3, 3 and 3 Somtum soles, including silver silk, gold silk silk

In addition, we developed silk weaving with intricate patterns. By sticking to the northeastern weaving foundationwith silk in various colors. With silk, silver, silk, on the canvas In order to create

patterns Received the attention of famous people of the country, used in various ceremonies And is still used as a costume for the protagonist in the movie “The legend of King Naresuan”

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ชเว จอง ฮวา

ประวัติ ชเว จอง ฮวา

ชเว จอง ฮวา (Choi Jeong Hwa) เป็นศิลปินและนักออกแบบจากเกาหลีใต้เขาเก่งทั้งในด้านทัศนศิลป์การออกแบบกราฟิกอุตสาหกรรมและสถาปัตยกรรม ความพิเศษของเขาไม่ได้เป็นไปตามระบบการจัดนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์

เขาเลือกที่จะติดตั้งงานนอกอาคารแทนเช่นเล่นกับพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้มีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และเปิดใจและจินตนาการให้ผู้ติดยาเสพติดตีความนักวิจารณ์ตามประสบการณ์ของพวกเขา เช่นเดียวกับคำพูดส่วนตัวของเขา “หัวใจของคุณคือศิลปะของฉัน”

หรือหัวใจของคุณคือศิลปะของฉัน เขาได้รับแรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อม ผสมผสานกับความสุขและความวุ่นวายดังนั้นงานของเขาจึงเต็มไปด้วยสีสันที่สดใส

ตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนสนามกีฬาโอลิมปิกโซลเป็นสนามกีฬาที่มีประกายระยิบระยับด้วยพวงมาลัยที่นำกลับมาใช้ใหม่กว่า 2 ล้านต้นรวมถึงดอกไม้พลาสติกขนาดใหญ่ที่สามารถหายใจได้ เพื่อสะท้อนความคิดของการเลียนแบบและความเพียร

เพื่อสร้างศิลปินรุ่นใหม่ ให้เติบโตทางความคิด อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะ สำหรับเธอนั้น ศิลปะทุกแขนงสามารถนำมารวมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้เสมอ

ผลงานของ ชเว จอง ฮวา

ชเว จอง ฮวา

History of Choi Jung Hwa

Choi Jeong Hwa is an artist and designer from South Korea. He is good at visual arts, graphic design, industry and architecture. His specialty is not in accordance with the museum’s exhibition system.

He instead chooses to install outdoor work, such as playing in public spaces. In order to have a variety of target groups And open minds and fantasies for drug addicts to interpret critics based on their experiences Like his personal words “Your heart is my art.”

Or your heart is my art He was inspired by the environment. Combined with happiness and chaos, so his work is full of bright colors

He instead chooses to install outdoor work, such as playing in public spaces. In order to have a variety of target groups And open minds and fantasies for drug addicts to interpret critics based on their experiences Like his personal words “Your heart is my art.”

For example, changing the Seoul Olympic Stadium to a sparkling stadium with over 2 million recycled garlands, including a large, breathing plastic flower. To reflect the idea of ​​imitation and perseverance

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ฟรีดา คาห์โล

ประวัติ ฟรีดา คาห์โล 

ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) เป็นจิตรกรที่ยอดเยี่ยมในเม็กซิโกโดยเฉพาะภาพบุคคลของเธอโดดเด่นมาก คาห์โลเกิดเมื่อปี 2450 ที่ชานเมืองเม็กซิโกซิตี้ ตอนอายุหกขวบเธอเป็นโปลิโอขาขวาของเธอเสื่อมสภาพเมื่ออายุ 18 ปีรถเมล์ที่เธอนั่งชนกับรถราง

เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตเกือบ ต้องนอนเป็นเวลาหลายเดือนและนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอสนใจในงานศิลปะ คาห์โลเริ่มวาดภาพขณะนอนลงบนเตียงจนกว่าจะรู้จักและแต่งงานกับดิเอโกริเวร่าศิลปินชื่อดังในเม็กซิโกในปี 2472 เธอตามสามีไป

สหรัฐอเมริกาขณะเดียวกันก็ทำงานด้านจิตรกรรม และจัดแสดงในนิทรรศการประจำปีของซานฟรานซิสโกปี 1931 ด้วยภาพของ Frieda และ Diego Riveraหลังจากกลับไปที่เม็กซิโก

คาห์โล มีปัญหาสุขภาพมากมาย เธอต้องผ่านการผ่าตัดไส้ติ่งการทำแท้งสองครั้งและตัดนิ้วเท้าที่ตายแล้วออก ในขณะที่ความสัมพันธ์กับสามีของเธอไม่ดีพวกเขากำลังโกรธเพราะเขาเป็นคนเจ้าชู้นอกใจเธอหลายครั้งและยังคงมีความสัมพันธ์กับน้องสาวของเธอเองจนกระทั่งทั้งคู่ต้องหย่าร้าง แม้ว่า

คาห์โลมีปัญหามากมายงานเขียนของเขาดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในช่วงปี พ.ศ. 2480 – 2483

ผลงานของ ฟรีดา คาห์โล
History of Frieda Kahlo

Frida Kahlo is a great painter in Mexico, especially her portraits. Kahlo was born in 1907 on the outskirts of Mexico City. At the age of six, she was polio. Her right leg deteriorated at the age of 18, the bus she hit in a tram.

She was seriously injured and almost died. Had to sleep for months and that was the turning point that made her interested in art Kahlo began painting while lying down in bed until she knew and married Diego Rivera, a famous artist in Mexico. In 1929, she followed her husband.

United States while also working in painting And exhibited in San Francisco’s annual exhibition, 1931, with images of Frieda and Diego Rivera. After returning to Mexico

Kahlo has many health problems. She had undergone an appendectomy, had two abortions, and had the dead toe cut off. While their relationship with her husband is not good, they are angry because he is a womanizer, unfaithful to her many times and continues to have an affair with her own sister until the couple must divorce though.

Kahlo has many problems. His writings are better than before. Especially during the year 2480 – 2483.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

แรมบรันต์

ประวัติ แรมบรันต์

แรมบรันต์ (Rembrandt) เป็นทั้งจิตรกร ช่างพิมพ์ และช่างเขียนแบบอีกด้วย เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งคนในประวัติศาสตร์ศิลปะของโลกเรา ผลงานของเขานั้นมีส่วนทำให้เนเธอร์แลนด์เข้าสู่ยุคทองที่รุ่งเรืองสุดขีดในช่วงศตวรรษที่ 17 แรมบรันต์ ศึกษาและเรียนศิลปะที่บ้านเกิดจนอายุได้ 19 ปี

จึงไปเรียนศิลปะที่อัมสเตอร์ดัมช่วงสั้นๆ กับศิลปินดังในยุคนั้นแล้วกลับมาทำงาน เป็นศิลปินที่บ้านเกิดเขามีชื่อเสียงตั้งแต่วัยอายุยังน้อยมีลูกศิษย์คนแรกที่ต่อมาเป็นศิลปินดังเช่นกันตั้งแต่อายุ 22 ปี

ปี 1632 แรมบรันต์ได้ย้ายไปปักหลักอยู่ที่อัมสเตอร์ดัม แต่งงานและมีสตูดิโอของตัวเองสร้างผลงานชั้นยอดมากมายที่นี่ เช่น The Anatomy Lesson of Dr. Nicolaes Tulp, Danae และ The Night Watch ที่เป็นผลงานที่โด่งดังที่สุดในชีวิตของเขา

ผลงานของแรมบรันต์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องแสงและเงา ที่ทำให้ภาพสวยงามดูมีมิติ สามารถบอกระยะตื้นลึกของภาพนั้นๆ ได้เสมือนจริงเป็นที่ยอมรับของนักวิทยาศาสตร์และนักศิลปศาสตร์จนนำชื่อของเขามาใช้เป็น หนึ่งในประเภทของการจัดแสงถ่ายภาพคือ Rembrandt Lighting

ผลงานของแรมบรันต์

แรมบรันต์

Rembrandt history

Rembrandt is also a painter, a printmaker and a drawing artist. Is another great artist in the art history of our world. His work contributed to the Netherlands entering the golden age of extreme prosperity in the 17th century. Rembrandt studied and studied art in his hometown until the age of 19 years.

Therefore studying art in Amsterdam for a short period With famous artists of that era and then come back to work Is an artist in his hometown, famous for his young age, with the first pupil to become a famous artist at the age of 22

In the year 1632, Brisbane moved to settle in Amsterdam. Married and has his own studio creating many great works here, such as The Anatomy Lesson of Dr. Nicolaes Tulp, Danae and The Night Watch, which is the most famous work of his life.

Rembrandt’s work is unique in light and shadow. That makes the image look beautiful with dimensions Can tell the shallow depth of the image Has become a reality recognized by scientists and liberal arts to use his name as One of the types of photography lighting is Rembrandt Lighting.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

/ประวัติ ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ (Jean-Auguste-Dominique Ingres)เป็นจิตรกรคนสำคัญในยุคนีโอคลาสสิกซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด อังเคลมีผลงานดีเด่นในเกือบทุกประเภทด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และละเอียดอ่อน

ทั้งการเขียนภาพบุคคลภาพประวัติศาสตร์และตำนานหรือภาพทางศาสนาโดยเฉพาะผู้หญิงเปลือยและองค์ประกอบที่น่าทึ่งใน Grande Odalisque และ The Valpincon Bather

ซึ่งเป็นภาพที่โด่งดังที่สุดของเขา แต่ด้วยสไตล์การวาดที่แตกต่างจากศิลปินร่วมสมัยอย่างมาก Angs จึงต้องใช้เวลาสองทศวรรษในการสร้างและในที่สุดก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินที่ดีที่สุดในยุคนั้น

ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ เป็นชาวฝรั่งเศสที่เกิดใน Montauban ในฝรั่งเศสในปี 1780 พ่อของเขาเป็นศิลปินที่มีความสามารถมากมายรวมถึงจิตรกรรมประติมากรรมและดนตรี

แต่ไม่มีด้านใดที่โดดเด่น Aging ได้สืบทอดทักษะและการสนับสนุนด้านการศึกษาศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ในปี ค.ศ. 1791 ความโกรธลงทะเบียนที่สถาบันศิลปะในตูลูส

ผลงานของ ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

 

 

Jean-Auguste-Dominique Ingres) is an important painter in the neoclassical era, regarded as the most beautiful woman. Angel is outstanding in almost every genre, with a unique and delicate style.

Including portraits, historical and mythology, or religious portraits, especially nude women and dramatic elements in Grande Odalisque and The Valpincon Bather.

Which is his most famous image But with a very different drawing style from contemporary artists, Angs took two decades to create and finally recognized as the best artist of that time.

Jean-Auguste-Dominique Angers was a French born in Montauban in France in 1780. His father was a talented artist, including painting, sculpture and music.

But there is no remarkable aspect. Aging has inherited the skills and support for the education of art since childhood in 1791. Anger registered at the Art Institute in Toulouse.

ติดตามเรื่องราวต่อได้ : ที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก : GOOGLE